Fanboi Channel

สมาพันธ์สาวฟุนักเม้าท์ ยกที่ 86

Last posted

Total of 75 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:cT7tSaPXVd

เริ่มที่โปร 1,500 แถมแก๊ก ร้านจับมือกับสนพ.ชุบตัว พวกทำไมกูสงสัยว่าเป็นเจ้าของเดียวกันพวกมึงคิดว่าไง

2 Nameless Fanboi Posted ID:ig7ILv5gTM

แว่วเสียงมีดสับกระทบเขียงมาแต่ไกล ในครัวสำหรับฝึกสอนทำอาหารตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เหล่านิสิตชายหญิงภาควิชาคหกรรมศาสตร์กำลังเดินสวนกันบริเวณทางเดินตรงกลางให้วุ่น สองข้างทางคือเคาน์เตอร์บาร์ขนาดย่อมฝั่งละหกเคาน์เตอร์ที่ถูกกั้นเป็นสัดส่วน ในเคาน์เตอร์หมายเลขหนึ่ง เด็กหนุ่มตัวสูงกำลังก้มตัวแล่ปลาอย่างตั้งใจ

เนื้อปลาทับทิมสดทั้งสองด้านถูกแล่ออกจากโครงปลาอย่างประณีต นายเปมทัตในชุดเชฟสีขาวกระดุมดำวางเนื้อปลาลงบนเขียงก่อนจะแบ่งเป็นหกส่วนเท่าๆ กัน เขาหยิบผ้าเช็ดมือสีขาวออกมาจากผ้ากันเปื้อนสีดำแบบครึ่งตัวที่สวมอยู่เพื่อเช็ดมือ รอจนน้ำมันในกระทะร้อนได้ที่เด็กหนุ่มก็หย่อนโครงปลาลงไปจนเกิดเสียง มือหนาจับตะหลิวพลิกโครงปลาอย่างชำนาญ พักกระทะไว้ ก่อนจะหันมาเทแป้งสาลีใส่ถุงร้อนปริมาณหนึ่งในสี่ของถุง

“เปรมจ๋า ข้าวสุกแล้วนะ”

เปมทัตหันไปพยักหน้า เส้นผมสีดำประบ่าถูกรวบเก็บเข้าไปในหมวกเชฟสีขาวเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ขึ้นเงาเพราะอยู่หน้าเตาเป็นเวลานาน “ไอมาทำปลาคลุกแป้งที เดี๋ยวเค้าไปเอากะทิ” เด็กหนุ่มหย่อนเนื้อปลาทับทิมสองชิ้นลงถุงไป ใช้นิ้วปิดปากถุงไว้ เขย่าให้ดูแล้วพูดว่า “ทำแบบนี้นะ”

ไอริณขานรับ เด็กสาวอยู่ในชุดเชฟแบบเดียวกับพาร์ทเนอร์ เธอเห็นเพื่อนหันไปมองโครงปลาในกระทะจึงพูดว่า “เดี๋ยวไอเอาขึ้นให้เอง เปรมไปทำต้มข่าไก่เถอะ”

เปมทัตเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ เครื่องปรุงทั้งหมดวางอยู่บนรถเข็นแสตนเลสหน้าห้อง เขาตวงกะทิตามปริมาณที่ต้องการ แบ่งเครื่องปรุงที่จำเป็นใส่ถ้วยเล็ก ก่อนจะเรียงทุกอย่างลงบนถาดแล้วถือกลับเข้ามา โดยไม่ลืมที่จะหยุดหน้าเคาน์เตอร์ตัวเองเพื่อหยิบเนื้อไก่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดและวัตถุดิบอื่นๆ ที่ต้องใช้มาจากโต๊ะยาวกลางห้องด้วย

“เอ้าห้าโมงกว่าแล้วนะเด็กๆ เร่งมือเข้า” อาจารย์สาวประจำวิชาเดินตบมือเข้ามาเรียกความสนใจ “วันนี้เคาน์เตอร์หมายเลขหนึ่งเป็นเวรเก็บกวาดใช่ไหม ทำเสร็จแล้วมาเช็ดรถเข็นกับเอาผ้าขี้ริ้วไปต้มด้วยนะลูก”

“ค่า” ไอริณขานรับ เธอคลุกเนื้อปลากับแป้งเสร็จแล้ว กำลังเตรียมทอด

เปรมพูดว่า “เดี๋ยวเค้าจัดการต้มข่าไก่เอง ไอริณทำปลาสามรสไปนะ” เด็กสาวหันขวับ เธอพูดตาถลน “ไอทอดปลาให้ได้ แต่น้ำจิ้มสามรสเปรมทำนะ!”

เปรมทำท่าจะท้วง แต่พอเห็นสายตาอ้อนวอนจากอีกฝ่ายเขาก็ยอมพยักหน้าให้

“เย้! เค้าอยากกินปลาสามรสฝีมือเปรมมานานแล้ว” ไอริณร้องอย่างร่าเริง เปรมล้างตะไคร้กับข่าพลางพยักหน้าหงึกหงัก เมื่อเด็กสาวหันไปทอดปลาต่อ เขาก็เอาผักมาสะเด็ดน้ำแล้วเริ่มทุบตะไคร้ก่อนจะหั่นเฉียง มือหนาหั่นข่าเป็นแว่น ฉีกใบมะกรูด ตามด้วยนำหางกะทิใส่หม้อ ขึ้นตั้งเตาที่ไฟแรงปานกลาง

ไอริณทอดปลาเสร็จแล้ว เด็กสาวช่วยหั่นไก่เป็นชิ้นพอดีคำระหว่างรอเปรมทำน้ำจิ้มสามรส
“หม้อเดือดได้ที่แล้ว ไอใส่เครื่องได้เลย แต่อย่าเพิ่งใส่ไก่นะ” เปรมกำชับ ไอริณทำตามอย่างว่าง่าย เด็กหนุ่มเทน้ำจิ้มสามรสที่ปรุงเสร็จใส่ถ้วยแสตนเลส เด็กสาวเดินมายืนข้างกัน

“ให้ไอจัดจานเสิร์ฟแล้วเปรมไปเคี่ยวเถอะ ไอไม่โปรว่ะ” ไอริณพูดเสียงอ่อน เปรมหันไปมอง “ไม่เห็นเป็นไร ใครๆ ก็ทำได้ ไอไม่ลองเคี่ยวดูล่ะ” เด็กสาวส่ายหน้าก่อนจะยิ้มแป้น “ไม่เอาอะ รอกินฝีมือเปรมดีกว่า เปรมทำอร่อย”

เด็กหนุ่มมองแล้วยิ้มตาม เขาเดินไปเคี่ยวต้มข่าในหม้อ ระวังไม่ให้กะทิแตกมัน ช่วงเวลานี้เองที่เปรมได้ยืนนิ่งๆ บ้างเสียที ดวงตาสีนิลกวาดมองรอบตัว เพื่อนๆ เองก็ดูวุ่นวายกับเมนูที่ได้รับไม่แพ้กัน

แต่ละคู่จะได้รับสองเมนูที่แตกต่างกันออกไป เคาน์เตอร์ที่ทำเสร็จก็เริ่มยกอาหารของตัวเองมาวางบนโต๊ะกลางกันบ้างแล้ว ในท้ายชั่วโมงพวกเขาทั้ง 19 คนจะรับประทานอาหารที่แต่ละกลุ่มปรุงร่วมกันเหมือนทุกที

“เฮ้ยไอ้เปรม!” เด็กหนุ่มผมโกรกสีทองเดินมาหา เปรมเรียกชื่อเขา “ไงไอ้ได หมูต้มเค็มถึงไหนแล้วมึง”

ไดนาไมต์ทำหน้าเหยเก “โคตรเค็มอะ ใครแดกหมดมึงมาเอาไตกูไปได้เลย กูให้” เปรมหัวเราะเพื่อนสนิท ก่อนจะชะเง้อหาอีกคน “ครัวไอ้สามทำไรวะ”

“ไอ้สามมันทำไอ้นี่...แกงจืดหมูสับกับไข่พะโล้ แม่งโคตรน่าแดกอะ” ไดนาไมต์ตาวาว เปรมพ่นลมหายใจกลั้วขำ ตอนนี้เขาใส่ไก่ลงไปในหม้อแล้ว เป็นจังหวะที่ไอริณเอาจานปลาทับทิมสามรสที่ตกแต่งสวยงามไปวางเรียบร้อย

3 Nameless Fanboi Posted ID:ig7ILv5gTM

เกิดเสียงฝีเท้าตรงทางเดินหน้าห้องครัว เปรมมองลอดมุ้งลวดเหนืออ่างล่างจานของเคาน์เตอร์ตัวเองออกไป พบกลุ่มนิสิตหญิงหน้าตาน่ารักเดินหัวเราะคิกคักเดินผ่านมา ไดนาไมต์ตาวาว “แม่เจ้าโว้ย แจ่มว่ะ คณะไรวะน่ะ”

“ชุดกาวน์ขาวแบบนี้ หมอล่ะมั้ง” เปรมว่า สอดคล้องกับห้องข้างๆ เป็นแลปวิทยาศาสตร์ที่พวกนักเรียนแพทย์ชอบมาเรียนให้เห็นบ่อยๆ ไดนาไมต์ขมวดคิ้ว “หมออะไรไม่เห็นแขวนที่ฟังเสียงหัวใจไว้ที่คอเหมือนในหนังเลย”

“มึงจะให้เขาห้อยเป็นจตุคามเลยรึไงล่ะ ก็แขวนเฉพาะตอนใช้งานมั้ย” เปรมพูดหน้าเหนื่อยๆ เขาเติมเกลือป่นเล็กน้อย ใส่หัวกะทิกับมะเขือเทศแล้วคนให้เข้ากัน

“เปรมจ๋า ใส่มะนาวเลยมั้ย” ไอริณเดินเข้ามา เปรมชิมต้มข่าไก่ด้วยช้อนส่วนตัวโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ยังก่อน ใส่เปรี้ยวตอนร้อนๆ เดี๋ยวขม”

ไดนาไมต์ผิวปากหวือก่อนจะส่งยิ้มให้เด็กสาว “ยังไงน้องไอ ครัวนี้มีอะไรกินจ๊ะ”

“ปลาทับทิมสามรสกับต้มข่าไก่ค่ะคุณพี่ อร่อยเหมือนคนทำนะคะพูดเลย” เสียงหวานเจื้อยแจ้ว เปรมสั่นหัวขำๆ เขาปิดเตา เติมน้ำมะนาว พอรู้สึกว่ารสชาติได้ที่แล้วก็โรยหน้าด้วยผักชี จากนั้นจึงตักใส่ชามเตรียมเสิร์ฟ

“มาๆ เดี๋ยวไอจัดจานเอง” ไอริณอาสา เปมทัตถอยฉากให้ เขาเริ่มเก็บล้างภาชนะโดยมีไดนาไมต์ชวนคุยอยู่ข้างๆ

“พวกหมอนี่เรียกหนักน่าดูเลยนะ” เด็กหนุ่มผมทองพูดพลางมองกลุ่มนักเรียนแพทย์ชายที่เดินตาโหลออกไป “ดูดิ แม่งทำแลปกันหน้าซีดเลย เรียนทั้งวันเอาเวลาไหนไปแดกวะน่ะ”

“ใครจะเหมือนสาขาเรา แดกทั้งวันไม่รู้เอาเวลาไหนไปเรียน” เปรมสั่นหัว ไดนาไมต์ยืนกอดอก “กูว่าแลปสาขาเราแม่งจอยสุดละ”

“ห่า แลปแดก”

“พวกมึ้งงงง!” เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังตามด้วยแขนยาวที่ตวัดรัดคอเพื่อนทั้งสองเข้าอ้อมอกตัวเองเต็มรัก เปรมกับไดนาไมต์ตาเหลือก เด็กหนุ่มผมดำเค้นเสียงเรียกอีกฝ่าย “อะ...ไอ้สาม...พะโล้มึง...”

“เสร็จแล้วเว้ย! เหลือต้มข่ามึงอะเปรม หูยกลิ่นหอมว่ะ” สามสีน้ำลายสอ เขาเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่ตัวสูงที่สุดในสาขา สามสีกดจมูกลงบนหัวของเพื่อนทั้งสองคนละทีอย่างหมันเขี้ยว “หึม พวกมึงนี่...หัวเหม็นฉิบหาย!”

“สัดเอ๊ยใครให้มึงมาดมล่ะโว้!” ไดนาไมต์โวยวาย เขาถอดหมวกเชฟแล้วเลยโดนสามสีหอมเต็มๆ ในขณะที่เปรมได้แต่ยืนปลง โชคดีที่เขายังมีหมวกเชฟคอยคุ้มภัยกบาลน้อยๆ ของตัวเองจากจมูกไอ้สามอยู่ แม้สุดท้ายมันจะโดนแรงกดทับจนแบนติดหัวเขาเลยก็ตาม

“ส่องหมออยู่เหรอพวกมึง” สามสีถามขึ้น เขาปล่อยเพื่อนออกจากแขนแล้ว ไดนาไมต์หันไปตอบ “มึงช้าอะ แจ่มๆ เพิ่งผ่านไปเมื่อกี้เลย เห็นแล้วอยากโดนรักษา”

“ให้เขาฉีดยาเหรอมึง” สามสีแขวะ ไดนาไมต์ยิ้มกริ่ม พูดว่า “กูนี่แหละจะฉีดเขา”

“ตื่นเถอะ กูว่าชาตินี้มึงไม่มีปัญญาได้แตะแม้แต่ขี้เล็บเขาหรอก”

“ทำม้ายยยย” ไดนาไมต์ร้องไห้แบบไม่มีน้ำตา สามสีพูดว่า “พวกหมอแม่งดูสูงส่งสัดอะ จะสวยหล่อเกินมนุษย์มนากันไปเพื่อใครก็ไม่รู้”

“แม่งเข้าถึงยากฉิบหาย ถึงกูไม่ติดหมอก็อยากมีหมอมาติดนะเว้ย” ไดนาไมต์เบ้หน้า ก่อนมันสองคนจะกอดคอกันร้องไห้ เป็นจังหวะที่เปรมล้างอุปกรณ์ทั้งหมดเสร็จพอดี

“แล้วมึงอะเปรม สนใจอยากมีหมอมาติดบ้างมั้ย” สามสีหันมาถาม เปรมหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมือหน้าเหนื่อยๆ “หมอนะมึงไม่ใช่สติกเกอร์”

พูดจบอาจารย์ก็ตบมือเรียกความสนใจ

“เอ้าเด็กๆ ใครเรียบร้อยแล้วมานั่งประจำที่เลยนะ เราจะได้เริ่มสรุปแลปสักที หกโมงกว่าแล้วเดี๋ยวมืด รีบกินจะได้รีบกลับนะ” พวกเปรมได้ยินจึงรีบเข้ามาประจำที่ เมื่ออาจารย์สรุปแลปจบทุกคนก็ลงมือจัดการอาหาร

เสียงอึกทึกคึกโครมดังไปทั่วบริเวณ เหล่านิสิตชายหญิงพูดคุยกันพลางหัวเราะสังสรรค์อย่างสบายใจ เปรมอาศัยจังหวะนี้มาตั้งอ่างแสตนเลสต้มน้ำเตรียมต้มผ้าขี้ริ้วเงียบๆ

“เปมทัตเช็ดรถเข็นยัง” อาจารย์สาวเดินเข้ามาถาม เด็กหนุ่มพยักหน้า “เรียบร้อยแล้วครับอาจารย์ นี่กำลังจะต้มผ้าขี้ริ้ว”

4 Nameless Fanboi Posted ID:ig7ILv5gTM

“เหรอ เออ เดี๋ยวอาจารย์มีประชุมนะ พอเสร็จเปมทัตดูเพื่อนออกไปให้หมดแล้วฝากปิดไฟล็อคห้องด้วย กุญแจเอาไปหย่อนไว้ในห้องพักอาจารย์นะ” หล่อนนัดแนะ เปรมพยักหน้ารับ ถามว่า “อาจารย์กินต้มข่ากับปลาผมยัง”

“เออ กินแล้ว” อาจารย์ตอบ เปมทัตยิ้มทะเล้น “เด่อ อร่อยอะดิ”

“งั้นๆ แหละ” หล่อนขึ้นเสียงสูง เป็นอันรู้กันว่าฝีมือเด็กหนุ่มเข้าขั้นอัจฉริยะ รสชาติอาหารของเขาไม่เป็นสองรองใคร แต่เธอไม่อยากชมออกไป เพราะมันกวนตีน

“โห่ อร่อยก็บอก ทำเป็นซึน” นั่น พูดยังไม่ทันขาดคำ

“เออ อร่อยดี ปิดห้องด้วย อาจารย์ไปละ” พูดจบก็เดินถือกระเป๋าออกไป เปรมยกมือไหว้ตามหลัง ก่อนจะหยิบผ้าขี้ริ้วทั้งหมดใส่อ่างแสตนเลสเพื่อต้ม

“กูไปก่อนนะเว้ยไอ้เปรม” พอคนเริ่มสลายตัวกลับ สามสีก็เดินมาทักตรงเคาน์เตอร์ เปรมพยักหน้า “เออ เจอกันพรุ่งนี้”

“แม่งเสียดายต้มข่ามึงว่ะ อร่อยนะ แต่กูอิ่มแล้วอะดิ” เด็กหนุ่มตัวสูงพูดตาละห้อย เปรมหัวเราะ ตอบว่า “กับข้าววันนี้แม่งเยอะไง แดกกันไม่หมดหรอก”

“แล้วมึงทำไงกับที่เหลือวะ” สามสีถาม เปรมกลอกตาอย่างใช้ความคิด ตอบส่งๆ “คงเอาให้หมากินล่ะมั้ง”

“โอ๊ย บุญของหมา” สามสีสัพยอก พูดว่า “เออกูไปจริงๆ ละ กูไม่ได้ช่วยไม่ว่ากูนะมึง มีธุระจริงๆ” เปรมพยักหน้าหงึกหงัก เขามองเพื่อนตัวสูงวิ่งจากไป ตอนนี้คนอื่นๆ เริ่มทยอยเดินออกจากห้องกันบ้างแล้ว หลายคนตะโกน ‘สู้ๆ นะเปรม’ มาให้ ซึ่งเด็กหนุ่มทำได้เพียงขานรับยิ้มๆ เท่านั้น

“เปรมจ๋า แม่โทรตามไอแล้วอะ เปรมปิดห้องคนเดียวได้ใช่มั้ย” เด็กสาวเดินเข้ามาหน้าเศร้า เปรมหันไปมองตาโต “อื้อ ได้ดิ ไอไปก่อนเลย ดึกแล้วอันตรายนะ กลับคนเดียวให้เค้าไปส่งมั้ย”

“ไม่เป็นไร ไอไปกับกู” ไดนาไมต์โผล่มา ไอริณยกมือไหว้ปลกๆ “แอ๊ ขอโทษน้าเปรมมม”

“โอเคๆ ไปกันเหอะ เดี๋ยวเค้าปิดห้องเอง มึงก็ไปพาไอไปดีๆ ล่ะได” เปมทัตกำชับเพื่อน เด็กหนุ่มผมทองยิ้มทะเล้น “อะเครๆ เจอกันพรุ่งนี้นะเพิ่ล”

“เพิ่ลพ่ง เจอกันพรุ่งนี้” เปรมตอบรับ ก่อนทั้งห้องจะเงียบสงบเมื่อเหลือเขาอยู่คนเดียว

ระหว่างต้มผ้าขี้ริ้วเด็กหนุ่มก็คิดหาวิธีจัดการกับต้มข่าไก่ เขาพึมพำว่า “เหลือเยอะซะ เป็นกะทิด้วยอะ บูดแน่เลยเสียดายเหมือนกันแฮะ” สงสัยคงต้องเอาไปให้หมากินจริงๆ ล่ะมั้ง

เด็กหนุ่มไล่เดินล็อคหน้าต่างมาจากหลังห้อง จากนั้นจึงเก็บกวาดโต๊ะกลาง ตอนนั้นเองที่ห้องข้างๆ เกิดเสียงดัง

โคร้ม! เคร้ง!

เปรมสะดุ้ง เขาเงี่ยหูฟัง มั่นใจว่าได้ยินเสียงมาจากแลปวิทยาศาสตร์ห้องข้างๆ ตอนที่กำลังคิดว่าจะทำไม่รู้ไม่เห็นแล้วรีบเก็บกวาดให้เสร็จเร็วๆ อยู่นั่นเอง

กึง! เพล้ง!

พ่อครัวหนุ่มสะดุ้งอีกครั้ง เขากลอกตาไปรอบๆ อย่างชั่งใจ สุดท้ายความอยากรู้ก็ชนะจนทำให้เปมทัตออกมาจากแลปครัวของตัวเอง เด็กหนุ่มเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องแลปวิทยาศาสตร์ที่เปิดไฟอยู่ ในมือเขาถือตะหลิวหนึ่งด้าม

ครืด...

เด็กหนุ่มเลื่อนประตูเปิด เขามองด้านในห้องแลปวิทยาศาสตร์ที่ไร้ผู้คนแล้วสูดลมหายใจเต็มปอดคล้ายเรียกสติ

เอาวะ...เป็นไงเป็นกัน!

“ใครน่ะ!” เปรมพุ่งตัวพลางยกตะหลิวชี้ไปข้างหน้า ก่อนจะมีเสียงจิ้งหรีดยามค่ำคืนตอบกลับมา เปรมลดมือลงช้าๆ กล้ามเนื้อเขาคลายโดยอัตโนมัติ นึกปลงตัวเองที่มาทำอะไรน่าอายอยู่แบบนี้

หมับ!

“เหวอ!” แต่ยังไม่ทันได้วางใจเปรมก็โดนแรงปะทะจากด้านหลังชนจนล้มคว่ำ เด็กหนุ่มโงหัวขึ้นมา สะดุ้งเมื่อโดนอะไรบางอย่างสัมผัสลำตัว

มะ...มือ...

5 Nameless Fanboi Posted ID:ig7ILv5gTM

เปรมหน้าเสีย แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วๆ อยู่ข้างหู อะไรบางอย่างรัดตัวเขาจนอึดอัด พอตั้งสติได้เปรมถึงรู้ตัวว่ามีคนๆ หนึ่งกำลังทับเขาอยู่

แถมคนๆ นั้นยังตัวใหญ่มากเสียด้วย เปรมพยายามแกะมืออีกฝ่ายออกจากลำตัว เขาส่งเสียง “เฮ้! แกเป็นใครเนี่ย ปล่อยฉันนะโว้ย!” เพราะโดนทับจากด้านหลังเปรมเลยไม่สามารถหันไปมองอีกฝ่ายได้ เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกยามมือเย็นไล้สัมผัสร่างกายของเขาอย่างจาบจ้วง

“เฮ้ย! ไอ้บ้านี่!” ใบหน้าที่ปรกไปด้วยเส้นผมและหนวดเคราไล้ซุกไปทั่วลำคอของเด็กหนุ่ม เปรมขนลุก ร้องลั่นเมื่อโดนอีกฝ่ายกัดเข้าที่หลังคอ

“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ! นี่...อึ๊ก อย่ากัด...” แขนใหญ่ล็อคเขาไว้แน่น เปรมดิ้นจนหมดแรง เจ็บจนน้ำตาเล็ด ก่อนริมฝีปากร้อนของอีกฝ่ายจะแนบลงข้างหู เปรมสะดุ้ง ได้ยินเสียงทุ้มเป็นครั้งแรก

“หอมจัง...”

เปรมขมวดคิ้ว พยายามย่นคอหนีจมูกโด่งสันที่ไล่หอมเขาเป็นว่าเล่น “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

“ขอกินหน่อย...”

“ไม่ได้!” เปรมพยายามดันหัวอีกฝ่ายออกสุดแรง “ฉันไม่ใช่ของกินนะ เลิกดมฉันสักทีไอ้นี่ !” เขาโวยวาย เด็กหนุ่มได้ยินเสียงอีกฝ่ายครั้งสุดท้าย

“หิว...”

จ๊อกกกกก...ฟุ่บ! แล้วร่างนั้นก็แน่นิ่งไป

“หา...” เปรมหน้าเหวอ พยายามหันไปหาอีกฝ่ายได้สำเร็จ ตอนนั้นเองที่เขาได้เห็นผู้ชายตัวใหญ่ผมเผ้ารุงรังหนวดเป็นตอเต็มสายตา เด็กหนุ่มลุกขึ้นอย่างทุลักทะเล ชุดกาวน์ที่อีกฝ่ายสวมใส่บอกให้รู้ว่าเป็นทั้งคู่นิสิตเหมือนกัน เปรมเขย่าคนใหญ่ “เฮ้ยนาย...ตื่น!”

“หิวจัง...” เสียงทุ้มนั่นแผ่วหวิว เปมทัตพรูลมหายใจอย่างอ่อนแรง เขาเขย่าตัวอีกฝ่ายอีกที “เดี๋ยวค่อยพูดกัน ที่ห้องข้างๆ มีต้มข่าไก่อยู่ นายเดินไหวไหม”

“อุ้ม...”

“อะไรนะ?”

“อุ้มหน่อย...”

“...”

เปรมใช้เวลาห้านาทีในการ ‘ลาก’ ผู้ชายตัวโตแปลกหน้ามาแลปอาหารที่อยู่ข้างๆ หลังจากจับอีกฝ่ายนั่งเก้าอี้เรียบร้อย เปรมก็เดินไปตักข้าวสวยกับต้มข่าไก่ใส่ชามมาให้ เขาเลื่อนถ้วยกับข้าวหาอีกฝ่ายก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกัน

ทันทีที่ได้กลิ่นแกงคนแปลกหน้าในชุดกาวน์ก็คว้าชามไปโซ้ยอย่างหิวโหย ท่าทางมูมมามขัดกับกาวน์สีขาวที่เจ้าตัวสวมใส่ เปรมนั่งมองเงียบๆ จนร่างสูงกินหมดแล้วจึงยื่นชามกลับมาให้เขา

“เอาอีกมั้ย?” เปรมถามตามความเคยชิน เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้า เขาก็ไปตักมาให้

รอบสองหมดลงภายในเวลาอันรวดเร็ว อีกฝ่ายยังคงยื่นชามกลับมาให้เขาเงียบๆ

“จะเอาอีกเหรอ?” เปรมหน้าเหยเก กระพริบตาเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้า เขาลุกขึ้นไปตักให้ใหม่อีกรอบ

รอบที่สามหมดลงภายในเวลาต่อมา อีกฝ่ายยื่นชามให้เขาเงียบๆ อีกครั้ง เปรมยกมือกุมหน้าผาก ก่อนจะลุกไปยกหม้อต้มข่าไก่กับหม้อหุงข้าวมาตั้งบนโต๊ะดังปึ้ง

“...”

ผู้ชายตัวโตผมรุงรังนิ่งไป มือใหญ่ใช้ช้อนกินคดข้าวด้วยท่าทีเงอะๆ งะๆ เปรมมองท่าทางนั้นแล้วปวดหัว ชิงพูดว่า “จะคดข้าวต้องใช้ทัพพีสิ แบบนี้” ว่าแล้วก็คดให้ดูพร้อมตักแกงให้ด้วยเสร็จสรรพ อีกฝ่ายรับไปกินอย่างหิวโหย จนพอมีแรงแล้วถึงเริ่มพูด

“แกงนี่...ซื้อจากร้านไหน” เสียงทุ้มนั้นเป็นแบบโมโนโทน เปมทัตตอบเรียบๆ “ฉันทำเอง”

“อร่อย”

ตึกตัก...ตึกตัก...

เปรมชะงักอย่างตกใจ โดนอีกฝ่ายชมแค่นี้ทำไมเขาต้องเขินด้วยวะ

“ขอโทษ” เสียงทุ้มเปล่งออกมา เปรมขมวดคิ้ว “เรื่อง?”

“ขอโทษที่กัดนาย ตัวนายมีกลิ่นอาหาร เราก็เลยเผลอไป”

เผลอไปเนี่ยนะ...เปรมมองบน ตอบปัดตัดบท “ช่างมันเหอะ แล้วนี่ทำท่าไหนถึงได้ไปล้มอยู่ในนั้น”

“เรากำลังตัดเซคชั่นใส่สไลด์ส่งอาจารย์ แล้วง่วงนิดหน่อย”

ไม่นิดแล้วมั้ง...เปรมเหงื่อตก พูดว่า “เอาเถอะ กินเสร็จก็รีบกลับบ้านนายไปสักที ฉันจะปิดห้องแล้ว”

“แต่เรายังไม่อิ่มเลยนะ”

“ใจคอนายจะกินให้หมดหม้อเลยรึไงล่ะ” เปรมประชด

“มันอร่อย เราว่าเรากินหมด” คำตอบนั้นทำเปรมนิ่งงันไป แก้มเขาร้อนอย่างไร้สาเหตุ สุดท้ายก็นั่งลงพูดปลงๆ ว่า “นายเนี่ย พูดเรื่องน่าอายได้หน้าตาเฉยเลยนะ”

เปมทัตตักข้าวให้อีกฝ่าย มือหนารับไป เสียงทุ้มถามเขาว่า “นายชื่ออะไร”

6 Nameless Fanboi Posted ID:ig7ILv5gTM

“เปรม” เด็กหนุ่มตอบ

“นายเป็นกุ๊กของที่นี่เหรอ”

“จริงๆ เป็นนิสิตอะ” เปรมตอบพลางมองเวลา สองทุ่มกว่าแล้ว ตัวเขาน่ะอยู่หอแถมมีมอเตอร์ไซค์ไม่เป็นไรหรอก แต่หมอนี่จะไม่กลับบ้านกลับช่องรึไง “นายควรรีบกินแล้วรีบกลับบ้านนะ ดึกแล้ว รถตู้หน้าม.หมดสามทุ่มนะ”

“ไม่ต้องห่วง เรามีคนมารับ”

“อ้อ งั้นเหรอ” เปรมเชิดหน้า มองอีกฝ่ายยื่นถ้วยมาให้แล้วขมวดคิ้ว “จะกินก็ตักเองซะบ้างเซ่! เป็นเด็กเรอะ!”

“ตักให้หน่อย”

“ทำไมฉันต้องตักให้นายด้วย!”

“นายเป็นกุ๊ก เราเป็นลูกค้า” คนในชุดกาวน์พูดหน้านิ่งจนเปรมนึกโมโห

“นายยังไม่ได้จ่ายตังค์ฉันเลยสักกะบาทเดียว!”

“เดี๋ยวเราเซ็นเช็คให้”

“คนบ้าที่ไหนเซ็นเช็คซื้อต้มข่าไก่กันบ้างเล่า! ตักเองเดี๋ยวนี้!”

สองสายตาสบกัน ก่อนคนตัวใหญ่จะเป็นฝ่ายตัดพ้อ “ใจร้ายอ่ะ”

“อย่ามาง้องแง้งน่า! ฮึ่ย...เอามานี่” สุดท้ายก็ต้องยอมมันจนได้ ให้ตาย เด็กโข่งชะมัด แล้วอย่ามากินไปมองกันไปแบบนั้นจะได้ไหม ฉันกลัวนะเฟ้ย

“กุ๊ก เราอยากกินปลา”

“ปลาหมดแล้ว”

“ในบ่อหน้าตึกก็มีอะ”

“นั่นมันปลาคาร์ฟ”

“จะกิน...”

“...ไว้ชีวิตมันด้วยเถอะ” เปรมเกาหัว พูดออกมาว่า “วันหลังละกัน ถ้ามาที่แลปจะทำให้กิน”

“จริงเหรอ” เปรมมองใบหน้าที่รกไปด้วยผมกับหนวดและตาวาวๆ ของอีกฝ่ายอย่างละเหี่ยใจ พยักหน้าแกนๆ “เออ”

“เราอยากเรียนทำอาหารบ้าง”

“แถวหน้าม.มีเปิดสอนเยอะแยะ”

“เราจะเรียนกับกุ๊ก”

“หา?” เปรมหน้าเหวอ มองคนพูดอย่างไม่เชื่อหู ดวงตาหลังเส้นผมรุงรังดูจริงจังจนพ่อครัวต้องลอบกลืนน้ำลาย “เงินเรายินดีจ่ายให้ กุ๊กเอาเท่าไหร่ก็ว่ามาเลย”

“ขอปฏิเสธ”

“ทำไมอะ”

เปรมพรูลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน พูดว่า “ฉันไม่มีเวลามาดูแลเด็กโข่งอย่างนายหรอกนะ แล้วนายเรียนหมอก็หนักพออยู่แล้ว จะเพิ่มภาระให้ตัวเองทำไม”

“จะเรียน” เสียงนั้นยืนยัน

เปรมคิ้วกระตุก คิดมาตั้งนานแล้ว ไอ้หมอนี่มันสปีชีส์คุณชายฟีทเจอริ่งเด็กโข่งหน้าตายชัดๆ เขาเอามือเท้าโต๊ะ จิกตาพร้อมพูดว่า “นี่พ่อคุณ โตแล้วนะ จะเอาแต่ใจไปถึงไหน”

“ไม่ได้เหรอ...” คนพูดทำตาละห้อย เปรมยกนิ้วชี้หน้า “หยุดเลย! ถึงจะทำสายตาแบบนั้นก็ไม่ช่วยอะไรหรอกนะ!”

“ขอร้อง”

“ฉันบอกว่าไม่ก็คือไม่เด้!”

“เราจะเป็นเด็กดี”

“นายนี่มัน...”

“กุ๊ก...สอนเรานะ”

“...”

เปรมนิ่งไป ให้ตาย ไอ้หมอนี่มันรับมือยากสุดๆ ไปเลย!

“ก็ได้โว้ย!”

“เย่” คนตัวโตชูมือขึ้นพร้อมช้อนส้อมด้วยดวงตาเป็นประกาย แม้อวัยวะบนใบหน้าจะไม่ได้ขยับไปด้วยเลยก็ตาม เปรมสูดลมหายใจ ถามว่า

“นายแน่ใจเหรอที่จะมาเรียนกับฉัน ฝึกโหดนา”

“เราโอเค” เสียงทุ้มตอบกลับมา เปรมหรี่ตา ลอบนวดขมับตัวเองป้อยๆ ไม่วายหันไปกำชับเสียงดุ “นายต้องสัญญาก่อนว่าการเรียนพิเศษกับฉันจะต้องไม่ทำให้นายเสียการเรียน”

“เราสัญญา” ร่างสูงรับคำเป็นมั่นเหมาะ

“ดี ว่าแต่นายชื่ออะไร”

7 Nameless Fanboi Posted ID:ig7ILv5gTM

“เราชื่อเท็น” หมอผมรุงรังตอบเสียงโมโนโทน เปรมพยักหน้าหงึกหงักพลางเริ่มเก็บล้างหม้อ พอเห็นสภาพก็อดทึ่งไม่ได้ว่าหมอนี่มันกินหมดจริงๆ ด้วยเว้ย

“กุ๊ก ต้มข่าไก่หม้อนี้กี่บาท”

ร่างสูงพูดพลางควักกระเป๋าตังค์ออกมา เปรมขมวดคิ้ว ตอบส่งๆ ขณะขัดหม้อต้ม “ฟรี”

“แล้วสอนเราเอาเท่าไหร่” เท็นถือแบงค์พันปึกใหญ่ค้างไว้ คิดจะจ่ายค่ามัดจำ

“ฟรี” เปรมตอบเป็นหุ่นยนต์ เท็นมองแผ่นหลังที่เล็กกว่าของตัวเองมากกำลังล้างจานอยู่งกๆ แล้วพูดว่า “มาทำนู่นทำนี่ให้เรา ตังค์ก็ไม่เอาแล้วกุ๊กจะเอาอะไร”

“ตารางเรียนนายก็แล้วกัน” เปรมสวนมา “ฉันจะได้เช็คได้ว่านายไม่ได้โดดเรียนมาหาฉัน”

“ก็ได้อยู่หรอก” เท็นพูดแล้วขมวดคิ้ว “แต่เราไม่อยากติดค้างบุญคุณใคร”

“ก็อย่าไปล้มให้ต้องลากมาอีกละกัน” เปรมเช็ดมือหลังล้างทุกอย่างเสร็จแล้ว เขาเก็บหมวกเชฟใส่กระเป๋า ตอนนั้นเองที่แผ่นหลังชนเข้ากับอกกว้าง พ่อครัวตกใจ เจ้าเด็กโข่งหน้าตายไปยืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

“อะ...”

จุ๊บ...

รู้ตัวอีกทีจมูกโด่งสันกับริมฝีปากเอาแต่ใจนั่นก็กดลงมาบนแก้มของนายเปรมเสียแล้ว พ่อครัวยืนตัวชา เหลือกตามองอีกฝ่ายคล้ายกำลังช็อค ในหัวขาวโพลนแต่ยังทันได้ยินอีกฝ่ายพูดว่า

“ค่าอาหารครับ”

8 Nameless Fanboi Posted ID:jQAAowy22M

ยกที่ 01 >>>/801/2253/
ยกที่ 02 >>>/801/2374/
ยกที่ 03 >>>/801/2498/
ยกที่ 04 >>>/801/2736/
ยกที่ 05 >>>/801/2860/
ยกที่ 06 >>>/801/2956/
ยกที่ 07 >>>/801/3025/
ยกที่ 08 >>>/801/3119/
ยกที่ 09 >>>/801/3197/
ยกที่ 10 >>>/801/3241/
ยกที่ 11 >>>/801/3287/
ยกที่ 12 >>>/801/3381/
ยกที่ 13 >>>/801/3495/
ยกที่ 14 >>>/801/3626/
ยกที่ 15 >>>/801/3705/
ยกที่ 16 >>>/801/3926/
ยกที่ 17 >>>/801/4012/
ยกที่ 18 >>>/801/4097/
ยกที่ 19 >>>/801/4199/
ยกที่ 20 >>>/801/4290/
ยกที่ 21 >>>/801/4406/ **(วาระ ภกด แห่งมู้)**
ยกที่ 22 >>>/801/4451/
ยกที่ 23 >>>/801/4488/
ยกที่ 24 >>>/801/4539/
ยกที่ 25 >>>/801/4606/
ยกที่ 26 >>>/801/4640/
ยกที่ 27 >>>/801/4731/
ยกที่ 28 >>>/801/4832/
ยกที่ 29 >>>/801/4920/
ยกที่ 30 >>>/801/5011/
ยกที่ 31 >>>/801/5115/
ยกที่ 32 >>>/801/5323/ (ชื่อเป็น 31)
ยกที่ 33 >>>/801/5436/
ยกที่ 34 >>>/801/5612/
ยกที่ 35 >>>/801/5704/
ยกที่ 36 >>>/801/5731/
ยกที่ 37 >>>/801/5749/
ยกที่ 38 >>>/801/5764/
ยกที่ 39 >>>/801/5788/
ยกที่ 40 >>>/801/5825/
ยกที่ 41 >>>/801/5887/
ยกที่ 42 >>>/801/5950/
ยกที่ 43 >>>/801/6027/
ยกที่ 44 >>>/801/6071/
ยกที่ 45 >>>/801/6147/ **(วาระตัวร้ายฯแห่งชาติ)**
ยกที่ 46 >>>/801/6179/
ยกที่ 47 >>>/801/6271/
ยกที่ 48 >>>/801/6324/
ยกที่ 49 >>>/801/6410/
ยกที่ 50 >>>/801/6464/
ยกที่ 51 >>>/801/6500/
ยกที่ 52 >>>/801/6538/
ยกที่ 53 >>>/801/6635/
ยกที่ 54 >>>/801/6726/
ยกที่ 55 >>>/801/6822/
ยกที่ 56 >>>/801/6880/
ยกที่ 57 >>>/801/6963/
ยกที่ 58 >>>/801/7058/
ยกที่ 59 >>>/801/7127/
ยกที่ 60 >>>/801/7254/
ยกที่ 61 >>>/801/7760/
ยกที่ 62 >>>/801/8148/
ยกที่ 63 >>>/801/8348/
ยกที่ 64 >>>/801/8452/
ยกที่ 65 >>>/801/9043/
ยกที่ 66 >>>/801/9298/
ยกที่ 67 >>>/801/9901/
ยกที่ 68 >>>/801/10239/
ยกที่ 69 >>>/801/10413/
ยกที่ 70 >>>/801/10725/
ยกที่ 71 >>>/801/10806/
ยกที่ 72 >>>/801/10877/ **(วาระกุ้งม่วง & LGBT+)**
ยกที่ 73 >>>/801/10929/ **(วาระ Minikikaboo)**
ยกที่ 74 >>>/801/10980/
ยกที่ 75 >>>/801/11125/ **(วาระ ละ-ล่ะ)**
ยกที่ 76 >>>/801/11312/
ยกที่ 77 >>>/801/11591/ (ชื่อเป็น 76)
ยกที่ 78 >>>/801/11716/ **(วาระนักเขียนฉลามและแก๊งค์หมาหมู่ของเค้า)
ยกที่ 79 >>>/801/11726/ **(วาระนักเขียนฉลามและแก๊งค์หมาหมู่ของเค้า ภาคสอง)**
ยกที่ 80 >>>/801/11739/
ยกที่ 81 >>>/801/11796/
ยกที่ 82 >>>/801/12157/
ยกที่ 83 >>>/801/12315/
ยกที่ 84 >>>/801/12585/
ยกที่ 85 >>>/801/12792/
Hall of shame
https://docs.google.com/spreadsheets/d/1IXpef-npDJdoj427b04gY6GsDqyJWw38QagqNXVkLik
Hall of shame 2
https://docs.google.com/document/d/1A0T0jr1Kt9mYtcIr4ECK2LRVmaqkCBtpOUYdDwLIb3k/edit?usp=drivesdk27b04gY6GsDqyJWw38QagqNXVkLik

9 Nameless Fanboi Posted ID:xPk7bjateh

เมิฃว่าอีคนที่มาฟลัดนี่ใคร ตอนนี้ไม่มีใครไปเหยียบตีนมันแต่มีสองคนที่มีโม่งมาแฉว่ามีประเด็นคืออีอ กับอีกตตงจ ที่ทะเลาะกันตอนนี้
กูเดาว่าอีกตตงจ เพราะมันร้อนตัวกลัวคนมานินทาเลยรีบมาฟลัดก่อน ก่อนหน้านี้มันก็มาฟลัดหาตีนให้อี อ โดนขุดมาด่าอยู่เรื่อยๆ

10 Nameless Fanboi Posted ID:xPk7bjateh

>>9 อร้ายผิด อีฮซนสิ ขอโทษนะอีกตเมิงผ่านมาแถวนี้

11 Nameless Fanboi Posted ID:+4a72nBNbG

>>9 ผิดมึงไม่ใช่ เกิดเหตุการณ์หยิกหีกันเองในแก๊งค์ คืออีเดือนพรายทะเลาะกับอีเอลต่างหาก แล้วอีฮซน.ก็เหมือนจะเข้าข้างอีเอล เพราะมันป่วนเป็นโรคปสด เอ้ย ป่วยซึมเส้าเลยโอ๋อีเอลมากกว่า เดือนพรายตอนนี้เหมือนโดนแก๊งค์หมาขับออกจากฝูงตามอีรังเจียวไปติดๆ อันฟอลกันวุ่นวายไปหมด

12 Nameless Fanboi Posted ID:xPk7bjateh

>>11 เอ้าเหรอ อีดพหมาหัวเน่าสิงี้ ล็อคแอคหนีไปเลย อีดอกว่าจะตามไปเผือกเอ้ย ตามไปให้กำลังใจ

13 Nameless Fanboi Posted ID:q.N+FUvmSk

แหม กะมู้เม้าจมเลย ขุดหน่อย ๆ
>>1 น่าจะใช่ เห็นมีคุยกัน มีแบน กูมองผ่านๆ เพราะไงก็ไม่ได้อุดหนุนทั้งร้านทั้งสนพ.

ขุดมู้เฉยๆ ก็ว่ากระทู้เม้ามันหาย
ขุดมู้เฉยๆ ก็ว่ากระทู้เม้ามันหาย

14 Nameless Fanboi Posted ID:j7cMNJpRn6

ปกวายเดี๋ยวนี้ชอบเอาปกคู่ตัวละครขึ้นเนอะ

15 Nameless Fanboi Posted ID:W2SBWkqjup

กุเห็นในเฟส ขนาดหนังสือต่าง 1 มิล โปสแถมแต่ละเล่มไม่เท่ากัน (คิดว่าไม่น่าจะต่างถึงซม.นะ)​ คือ กุอยากบอกว่า ปล่อยวางกันบ้างเถิด😑

16 Nameless Fanboi Posted ID:jEalpSD30v

>>14 อยากได้แบบจับตูดกัน ฮาร์ดคอร์แบบยุ่น

17 Nameless Fanboi Posted ID:jYBJom37Bw

ดันนนนนนน

18 Nameless Fanboi Posted ID:gOvCtDx6cC

มึงกูสงสัย https://ทวต.com/arriettybb/status/1400684045109907456?s=21
วัฒนธรรมการแก้ต่างให้ตัวละครทั้งที่เค้าไม่ได้ถามนี่มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วไปสปอยชาวบ้านเค้าอีก ถามจริง มันปกติเหรอวะ

19 Nameless Fanboi Posted ID:doHOlQif4m

เคสจิบิสวนสัตว์กุเห็นคนด่าคนวาดว่ามักง่ายแล้วสงสัยว่ะ ของแบบนี้มันน่าจะผิดที่คนบรีฟมากกว่าป่าว นักวาดไม่น่าถือวิสาสะวาดตามแบบอนิเมะเองมั้ย

20 Nameless Fanboi Posted ID:YJlal7GOKX

>>18 ด้อมเริ่ม ปสด ตามรุ่นพี่อย่างปรมจไปติดๆ เวลาด่าต้องด่าให้พอดีนะคะ ครึ่งคนครึ่งควายหยาบเกินไป กูผู้ชอบด่าพระเอกเลวว่าลูกอีเหี้ยงงกับสิ่งนี้

21 Nameless Fanboi Posted ID:GTbXGT50Mk

>>20 จริงมึง ก็ตอนนี้มันทำเลวกูก็ด่าตามเนื้อผ้า ถ้าคดีพลิกเดี๋ยวกูสำนึกผิดเอง ไม่ต้อง educate ไปทุกเรื่อง กูไม่ได้ถามมมค่ะ
>>19 มันผ่านสนพพิมพ์ออกมาแล้ว แสดงว่าทางบกก็พรูฟแล้ว ต่อให้นักวาดถือวิสาสะจริงก็ควรด่าสนพด้วยนะที่ปล่อยผ่าน แต่ทำไมมันเพิ่งเป็นเรื่องวะ

22 Nameless Fanboi Posted ID:3slWHFbR/h

>>21 เป็นเรื่องเพราะมีคนเอ๊ะตอนประกาศห้ามทำแฟนอาร์ต เขาเลยทักไปถามว่าอันนี้เข้าข่ายมั้ย ถ้าไม่ออกอีประกาศนั่นมาก็คงไม่ทันนึกถึงกัน ซวยเพราะทำตัวเล่นใหญ่เองแท้ๆ

23 Nameless Fanboi Posted ID:VG0/FwBMbR

>>22 อันที่จริงกูก็งงตั้งแต่โพสนั้นละ ใครละเมิดลชสอะไร 55

24 Nameless Fanboi Posted ID:HUHR/m3JwM

กุหลาบมีแต่เรื่องพลาด ยังไม่เจอเล่มไหนที่ไม่มีปัญหาเลยช่วงนี้ เคลมนู้นนี่วุ่นวายมากมึง กูผิดไหมที่กูเสียดายทรัพยากรต้นทุนต่างๆที่ต้องมานั่งงมเคลมเนี่ย เสียดายเวลาด้วย บางทีกูตกข่าวกูไม่ทันเคลมแล้วกูก็ต้องผิดหวังซ้ำๆงี้อ่อ นี่เห็นประเด็นเพิ่มว่าชื่อเรื่องปั๊มฟลอยมันแหว่งมันหายอีก โคตรแย่เลยเจอแต่ละอย่าง

>>22 ก็ยังสงสัยว่าสนพ.ถือสิทธิ์อะไรห้ามทำแฟนอาร์ต โดนแหกรอบใหญ่ แถลงก็กำกวมหน่อยๆ มีคนอินบ็อกซ์ไปถามว่าทำแฟนอาร์ตเธรด/แลกกันได้ไหม ตอบไม่อนุญาต/ขอความกรุณาไม่ทำนะคะ งงชิบว่าจะยึดเอาอันไหน หน้าเพจว่าอย่างตอบภายในอีกอย่าง

ใดๆตอนนี้แต่ละสนพ.งานหยาบกันเหลือเกิน เร่งแต่ออกหนังสือกันมา เจอปัญหาแทบทั้งนั้น เง้อ

25 Nameless Fanboi Posted ID:PK9gcAR44q

KY ทำไมเดี๋ยวนี้เขียนนิยายต้องใส่ประเด็นทางสังคมไปด้วยวะ สมมติกูอยากเขียนให้นายเอกนั่งรถเมล์ไปทำงานเฉยๆแต่ต้องมาฉอดการเมืองว่าเพราะว่าร้าบานมันห่วยรถเมล์ไทยเลยไม่พัฒนา บลาๆๆ

26 Nameless Fanboi Posted ID:OMerb9CBU4

>>25 พวกขี้ฉอดจะได้แคปไปโปรโมตให้ว่านข.คนนี้ใส่ใจมูฟเมนท์ทางสังคมด้วยการด่าร้าบาน เป็นการเอ็ดดูวเขตส์พวกสาลิ่ม

27 Nameless Fanboi Posted ID:DZ7yaCKstv

>>25 จริงๆไม่ต้องใส่ก็ได้ ถ้าใส่แล้วไม่เข้ากับโทนเรื่องก็แย่ เหมือนสักแต่จะใส่ๆ มาอะ ถ้าใส่แล้วเนียนกลมกลืนกับเนื้อเรื่องก็แล้วไป

28 Nameless Fanboi Posted ID:IwFxzKUu1T

ขอแทรกแป๊ป กูเจอนักเขียนมาตัดพ้อคนอ่านที่เม้นต์ด่าตัวละครว่ะ งงใจมาก ไม่เม้นต์ก็เฟล เม้นต์ทวงก็เฟล เม้นต์แก้คำผิดก็นอย ติเนื้อเรื่องก็ดิ่ง ด่าตัวละครก็ไม่ได้ คือต้องการอพไรวะ ต้องการเม้นต์ชมอย่างเดียวเหรอวะ ไม่คิดรับฟังคำตำหนิไปปรับปรุงเลยเรอะ บางเม้นต์ที่แคปมาฟ้องลูกหาบกูเห็นไม่เห็นมีอะไรเลยไม่หยาบคายด้วยติเพื่อก่อจริงๆ ไอ้พวกมาแกล้งอะกูแยกออก แต่หลายกรณีคืองงมาก อยากถามว่าจะเอายังไงกันเรอะ

29 Nameless Fanboi Posted ID:Hp99LVV9ZP

>>28 นขบางคนมันใจบางมั้ง ลูกโดนด่าก็น้อยใจ คนเม้นน้อยก็น้อยใจ ต้องแก้ที่ตัวเขาเองว่ะ ให้เขาเข้าใจว่าคนอ่านด่าเพราะคนอ่านอิน
นอบางคนก็ด่าแรงอินเกิน พวกนี้ท้อกสิก

30 Nameless Fanboi Posted ID:Sw6wH3ZkX7

>>28 + บางคนยิ่งแปลกกว่ามึง ทั้งที่ตัวเองเขียนดีมาก ทำให้คนอินเลยด่าตัวละครนั้น ดันโกธรนักอ่านหาว่านักอ่านไม่มีสิทธิมาด่าตัวละครที่ตัวเองเขียน ทั้งที่ไม่รู้อะไร เอ้า ก็คนอ่านมันยังอ่านไม่ถึง อัพก็ยังไม่ถึง มึงเป็นนักเขียนมึงเขียนเองมึงก็รู้ปมดิ มาโว้ยอะไร มันควรดีใจไม่ใช่เรอะว่าตัวเองเขียนดีทำให้คนอินได้ขนาดนี้ งง

31 Nameless Fanboi Posted ID:LiknPU22E5

>>30 ในฐานะคนชอบอ่านคอมเมนต์นิยายนะ บางทีกูก็แยกไม่ออกนะว่าคนอ่านคนนั้นเขาด่าตัวละคร หรือด่านักเขียน 55555 ถึงจะเมนต์ถึงตัวละครแต่สุดท้ายคนอ่านก็คือนักเขียน ก็ควรใช้คำที่สุภาพและไม่เกรี้ยวกราดเกินไปนะ เราควรพูดดีๆกับคนที่ไม่รู้จักอะ(กูมองว่านักเขียนคือคนที่กูไม่รู้จักอะนะ) เคยเจอคนด่าตัวร้ายนิยายเรื่องนึงแบบ ไอ้ชั่ว หัวค*ยเอ๊ย กูสะดุ้งเลย 5555

32 Nameless Fanboi Posted ID:IwFxzKUu1T

>>31 กูเจอนักเขียนแคปมา นอ ด่าประมาณว่านายเอกแบบโง่ ดักดานโดนเขาทำขนาดนี่แล้วยังคิดไม่ได้ พระเอกก็ชั่วเห็นแก่ตัวราวๆเนี้ย คำแรงสุดคือโง่กับชั่ว นข ตัดพ้อว่าถึงเขาไม่ดียังไงก็ลูกเรานะคะ ถ้ายังไม่รู้เรื่องราวทั้งหมดอย่าด่าลูกเราเลย

เอ๊าาาาา ใครจะไปรู้เรื่องในหัว นข ได้วะ เนี่ยที่ตรูงง คือจนกว่าจะเขียนจบลงจบต้องการแค่ สู้ๆนะคะ จะรอติดตามนะคะ เอาแต่เม้นต์แบบนี้จริงๆเหรอวะ

33 Nameless Fanboi Posted ID:aUPGC78A7W

ชวนคุย พอดีกุเพิ่งไปตามดราม่าห่อนส.ในทวิตมา มีหลายคนมากที่คิดว่าแค่กระดาษลังดามก็เพียงพอ คือ กุเจอมาแล้ว ไปรฯบ้านเรา(ทุกยี่ห้อ)​คือไม่ได้มีความคิดจะพัฒนาขั้นตอนหรือมาตรฐานการลำเลียงให้มันปลอดภัยขึ้นเลยมึง มันโยนโบ๊ะบ๊ะ กล่อง 5 ชั้นยังบุบได้ แล้วแค่ลังดามชั้นเดียวมันจะไปรอดได้ยังไง คือกุเจอมาแล้วแหละ เลยกล้าบอกได้ว่าหนายังไงก็มีโอกาศไม่รอดเสมอ แค่รอแจคพอตเท่านั้นแหละว่าจะตกกับกล่องไหน

34 Nameless Fanboi Posted ID:uzvfHS.EJ0

>>33 หนังสือกูมุมยุบเพราะร้านห่อกระดาษลังก่อนพันบับเบิ้ลอะ ถถถถ จนสั่งครั้งที่สามต้องทักไปบอกว่าไม่ต้องเอากระดาษลังมาดามก็ได้ค่า บับเบิลพอ

35 Nameless Fanboi Posted ID:+wjLMSWk0V

>>33 ต่างประเทศที่ขนส่งดีกว่าเลยส่งแบบนั้นแล้วปลอดภัย แต่ขนส่งที่ไทยมันไม่ใช่โว้ย เห็นล่าสุดมีจะทำกล่องเปเปอร์แพ็ค คือมันดีนะ หนังสือที่กูสั่งจากตปท.ก็ใส่กล่องแบบนี้ แต่ส่งมาไทยแล้วไม่รอดจ้า บุบไปตามระเบียบ ถามว่ามีที่รอดมั้ย มันมีอยู่แล้ว แต่ถ้าเอามาใช้จริงแล้วคนได้รับหนังสือที่ไม่รอดจะทำไง จะให้เคลมมั้ย พูดตรงๆนะถ้าขนส่งดี ใส่แค่กล่องเปล่าๆแล้วมันปลอดภัยใครจะอยากมาห่อหนาๆวะ
>>34 กูสั่งร้านนี้ทีไรได้มุมบุบทุกรอบจนเลิกสั่งละ

36 Nameless Fanboi Posted ID:0BrWgsTPfy

เคยได้กระดาษลังดามกูว่ามันดีอยู่นะ แต่คนดามต้องตั้งใจดามหน่อยอ่ะเพราะต้องเล็งให้ตรงไม่ใช่สักแต่จะดาม
คนที่คิดว่าแค่กระดาษลังก็พอน่าจะเจอคนห่อเก่งๆมาอ่ะ อย่างกูตอนเห็นครั้งแรกคือว้าวมาก

37 Nameless Fanboi Posted ID:TdzCOa/Rj.

คือด่าขนส่งแล้วไม่ได้ผล เลยด่าคนห่อเพราะได้ผลมากกว่า

38 Nameless Fanboi Posted ID:5706sY3u5q

>>36 ที่กุเจอมันไม่ใช่การกระแทกแบบเกิดเพราะกลิ้งไปมา หรือแบบกระเทาะซอฟท์ๆอ่ะมึง มันคือแรงกระแทกแบบอัดกด บีบเข้าไปในกล่อง กุเจอ 2 แบบ คือ 1 บุบยุบทั้งกล่องและตัวเล่ม กับ 2 อัดกล่องแน่น กล่องแทบไม่มีรอย แต่ข้างในบุบแบบยุบเห็นชัด กุว่าแรงอัดมันต้องหนักพอควรอ่ะมึง เหมือนมึงพันบับหนา 10ชั้น เิาเข้าเครื่องบีบ บับคงไม่ช่วยอะไรว่ะ กุนึกไม่ออกจริงๆว่าแรงประเภทนี้มันจะเอาอะไรมากันไหว จริงๆกุสาปส่งขนส่งนะ มึงหาอุปกรณ์กับวิธีมาช่วยพนักงานขนของหนักดีๆ จะได้ลดความอาฆาตพัสดุของพนักงานมึงได้บ้าง

39 Nameless Fanboi Posted ID:HyEejnxNEE

จากประสบการณ์แพ็คหนังสือ กูกล้าฟันธงเลยว่ากระดาษลังทำให้หนังสือมีโอกาสเสียหายมากขึ้น เพราะตัวกระดาษมันแข็ง โดนกระแทกมันก็ไปกดมุมหนังสือ เทียบกับพันบับอย่างเดียวเจอแรงกระแทกเท่ากันยังมีโอกาสรอดมากกว่า ถ้าอยากใช้กระดาษลังหุ้มจริงต้องพันบับก่อน ซึ่งเปลืองกระดาษชิบหายคงไม่มีใครหาทำ

40 Nameless Fanboi Posted ID:479nwaMmdf

ดามกระดาษแข็งกระดาษลังนี่อย่าทำเลย เหมือนฮัสกี้เล่ม 1 อะ เอากระดาษแข็งหนาๆดามสมุดเก็บจิบิ ตัวนิยายด้านหลังของกูเยินมาก ยับเป็นรอยขนาดคนไม่คลั่งกริบแบบกูยังสะเทือนใจ
กูเข้าใจว่าคนที่เอาด้ามกระดาษแข็งคงไปเห็นเธรดการส่งหนังสือของญี่ปุ่นมั้ง แต่ญี่ปุ่นกับไทยมันไม่เหมือนกัน 555 ถ้าอัดจนกระดาษแข็งที่ดามไว้หัก หนังสือพินาศยิ่งกว่ามุมยับจากบับเบิ้ลแน่นอน หรือใครอยากจะลอง

41 Nameless Fanboi Posted ID:pA9IKnQ1DF

เห็นฝรั่งฉอดนิยายที่มีประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองแล้วสงสัยว่านิยายวายจีนที่อวยชาติตัวเองนี่รอดมาได้ไงวะ หรือฝรั่งอ่านแต่จีนโบ พวกอวยชาติเลยรอดพ้นจากการฉอด

42 Nameless Fanboi Posted ID:q4/1uB9mKF

พอเป็นของที่ชอบมันก็มีข้อยกเว้นได้หมดแหละ เหมือนคนเรียกร้องสิทธิอุยกูร์แต่ใช้รูปโปรไฟล์ป๋อจ้านอ่ะ

43 Nameless Fanboi Posted ID:MvbpAoCmlh

จีนโบมันไม่มีชาติแล้วไงมึง มึงจะอวยยุคไหนล่ะแม่งล่มไปหมดแล้ว

44 Nameless Fanboi Posted ID:1MzrwlvcS6

>>43 จีนโบไม่อวยชาติ > ฝรั่งอ่านแต่จีนโบ > ฝรั่งไม่ฉอดเรื่องอวยชาติ ก็ถูกแล้วนิ

45 Nameless Fanboi Posted ID:nkeQisqrTr

มึงเดี๋ยวนี้เราสามารถแนะนำนิยายแปลเถื่อนในทวิตได้โต้งๆแล้วหรอ กุจำได้ว่าตอนมีกระแสคนปิดงานแปลกันเยอะก้เริ่มมาจากในทวิตที่ด่าพวกแปลเถื่อน(แต่ตอนนั้นมีบางแอครับโดเนท)แต่เดี๋ยวนี้กุเหยแคปนิยายชวนกันมาอ่านแปลเถื่อนกันเยอะเลยงงเขาไม่ด่ากันแล้วหรอม

46 Nameless Fanboi Posted ID:iwFrQhQ.1s

>>45 ตอนนั้นที่ดราม่ากัน สายนิยายวายก็มีแต่คนเข้าข้างแปลเถื่อนนะมึง คนด่าแปลเถื่อนตอนนั้นเป็นคนสายมังงะ/อนิเมะทั้งนั้น พอเรื่องซาๆแล้วจะกลับมาแนะนำนิยายแปลเถื่อนกันก็ไม่แปลกหรอก ไม่ได้มี awareness เรื่องลิขสิทธิ์กันอยู่แล้วนี่

47 Nameless Fanboi Posted ID:wphsj2NY7H

กูงงตรรกะเรื่องลิขสิทธิ์หลายๆคนมากเลย มีคนนึงเป็นเซเลบด้อมนิยายเกา นางแอนตี้แปลเถื่อนของด้อมนางมากเพราะแปลผิดบานเบอะ แต่ตอนมีดราม่านิยายจีนแปลเถื่อนในรอรปิดรัวๆ นางดันอยู่ฝ่ายเคลมว่าแปลเถื่อนช่วยให้นิยายมีกระแสในไทยซะงั้น อิหยังวะ 555555555555

48 Nameless Fanboi Posted ID:zT/+tPhkRo

>>45 มึงเห็นทวีตเดียวกะกุแน่เลย อิเรื่องไอดอลยมทูตสินะ สี่พันกว่ารีไม่เห็นมีใครทักท้วงเรื่องเถื่อนสักคน

49 Nameless Fanboi Posted ID:v4+2zDO7yn

>>30 รู้เลยใคร 5555

50 Nameless Fanboi Posted ID:B/r8cMLp9R

>>48 กุเห็นมาเรื่อยๆสักพักละลัคนรีเยอะด้วย วันนี้เหนเรื่องไอดอลอีกเลยสงสัยเพราะตอนนั้นกระแสไล่ปิดแรงมาก

51 Nameless Fanboi Posted ID:k8z/4Bq5T6

>>45 >>48 >>49 ใครวะ วอนเพื่อนโม่งแปะเป้าให้ทีอยากตามไปส่องด้วย

52 Nameless Fanboi Posted ID:I/bJ5eJFMB

ปกติอ่ะ บางคนด่านิยายวายเถื่อนแต่ดูอนิเมะเถื่อน ซรวายเถื่อน การ์ตูนเถื่อน บางคนสายผลิตวาดการ์ตูนขายแต่แค้ปการ์ตูนวายจากเวปเถื่อนมาป้ายยา เพื่อนๆนักวาดก็เข้าไปหวีดน่าสนุกๆ
ใครจะไปทักต้องมั่นใจว่าแอคใหญ่นะ ไม่งั้นโดนเมิน ไม่ก็โดนฟาดกลับ 555

53 Nameless Fanboi Posted ID:3QPe2XUME3

>>52 จริง กูเห็นเคร่งเรื่องลิขสิทธิ์เป็นหย่อมๆกันทั้งนั้น นักวาดนั่นแหละตัวดี หวงงานตัวเองแต่อ่านสแกนเถื่อนกันเป็นปกติ แล้วนักวาดการ์ตูนเขาไม่ใช่นักวาดรึไงวะถึงไปละเมิดเขาได้น่ะ เป็นนักวาดแท้ๆแทนที่จะเข้าใจเรื่องพวกนี้มากกว่าคนอื่น เพราะอย่างนี้กูเลยไม่ตามนักวาดไทยสักคน

54 Nameless Fanboi Posted ID:32hTseRufW

ทวีตที่แนะนำไอดอลยมทูตลบทิ้งไปแล้วเพราะมีคนไปทักว่าของไทยแปลโดยไม่ได้ขอคนแปลอิ๊ง แถมเคยรับโดเนทด้วย

55 Nameless Fanboi Posted ID:/pU83bp9tD

กุเลยเบื่อพวกเซเลปนิยายวายในทวิต ปากก็ด่าปลิงแต่ตัวเองก็ทำตัวปลิง ย้อนแย้งเก่ง และข่มในคนอ่านเถื่อนในเฟส แต่ตัวเองไปอ่านเถื่อนในรอร แล้วเอามารีวิว แล้วพวกนี้แมสง่ายด้วยนะ ดัดจริตดีเนอะสังคม

56 Nameless Fanboi Posted ID:JHafg9e2ay

>>55 จะว่าไปกุสงสัยมานานละ พวกเซเลบที่รู้จักนิยายวายจีนที่ยังไม่มีแอลซีเยอะๆนี่มีสักกี่คนที่รู้ภาษาจีนวะ ส่วนใหญ่ก็อาศัยอ่านเถื่อนในรอรหรือไม่ก็อ่านอิ้งเถื่อนเอาสินะ

57 Nameless Fanboi Posted ID:F.PjmmAjkF

>>56 เซเลปเกา ก็ใช่ว่าจะรู้เกาหลีจ้า หวีดแค่เซ็กซีนคนก็รีเพียบ เนื้อเรื่องช่างมันเย เยอะะไว้ก่อน

58 Nameless Fanboi Posted ID:AH5LiL19Ob

>>56 >>57 ความสามารถทางภาษากับการเป็นเซเลบไม่ค่อยเกี่ยวกันหรอก เซเลบด้อมมังงะอนิเมะภาษากากจนแปลข้อมูลผิดๆมีเยอะแยะ

59 Nameless Fanboi Posted ID:a.oJALBmuK

อยู่ที่ว่าใครขยันหวีด ขยันแท็ก ขยันพูดก็เป็นเซเลบได้นะนะกุว่า

60 Nameless Fanboi Posted ID:1oYieqtcSS

เห็นด้วยว่าความเป็นเซเลบกับความสามารถไม่ได้แปรผันตามกันเสมอไป
พูดเก่ง มั่นหน้า คือคำตอบสุดท้าย
เด็กชอบฟอล

61 Nameless Fanboi Posted ID:DprqUT41OC

ร้านหนังสือเจ้ไฝมีปัญหาอีกแล้วอ่อวะ รอบก่อนก็ปิดไปทีละปะ ลูกค้าร้องเรียนจนชปแบน ส่วนรอบนี้คือติดต่อร้านกันไม่ได้เลย สักแต่จะขาย บริการหลังการขายไม่มี ได้ของผิดของไม่ครบก็เรื่องของลูกค้าจ้าอย่างนี้หรอ

62 Nameless Fanboi Posted ID:LL04BXAMqC

http://imgur.com/a/O6yTthm แชร์ความเหี้ยของอีเอลจ้า

63 Nameless Fanboi Posted ID:LL04BXAMqC

http://imgur.com/a/O6yTthm แชร์ความเหี้ยของอีเอลจ้า

64 Nameless Fanboi Posted ID:2wP6+xv43V

ว้าย กูก็ว่าอีหมามาฟลัดทำไม พวกเมิงจุดธูปเรียกมันในห้องหมาหมู่นี่เอง จุดธูปในไลน์ จุติในโม่ง อีดอก

65 Nameless Fanboi Posted ID:LL04BXAMqC

>>64 เออ จู่ๆมาฟลัด กลัวคนในไลน์แฉหรอ ไม่ต้องกลัวจ้าาา เอาออกสู่สายตาแล้ว รับรู้ทั่วๆกันจ้า

66 Nameless Fanboi Posted ID:E25fhxr6SG

>>64 กุเห็นมันฟลัดมาหลายรอบ แม่งโง่ไม่รู้ตัวเหรอ ว่าทำแบบนี้ใครๆก็ดูออกว่าแม่งร้อนตัว

67 Nameless Fanboi Posted ID:MMiFcjGI7d

คือไม่ใช่โม่งทุกตัวที่อนู่ในห้องหมาอ่ะ มาฟลัดแบบนี้ก็ดีกูจะได้รับส่วนบุล จะได้รู้ว่าพวกเทิงอัพเดตไปถึงไหนแบ้ว
ยินดีกับอีดพด้วยค่าที่ grad แล้ว ขอให้ไปดี ระวังขาด้วยค่า หมามันรอกัดอยู่

68 Nameless Fanboi Posted ID:.g0ZnQloK8

>>64 ฟลัดในไลน์ก็โดนแบนอดเสือกสิกูว่า เลยมาลงในโม่งแทน

69 Nameless Fanboi Posted ID:nBeVKjx7gD

>>67 ก็ดีนะมึง กุสิงแต่โม่งจะได้รับรู้ว่าแก๊งค์หมาขับเคลื่อนความเหี้ยไปถึงไหนแล้ว อย่างล่าสุดหนิกหีกันเอง กุแอบสมน้ำหน้า 5555555555

70 Nameless Fanboi Posted ID:G8EHZg5kYk

Ky มึง กูสงสัยอะในกลุ่มสปอยที่มีคนหนึ่งแจกการ์ดตลอด ถี่มากๆเก็บค่าส่งต่อใบใบละ 30- คือต่อใบนะแล้วคนไปเม้นรับก็คนเดิมๆ นักสะสมกันทั้งนั้นแหละมันเรียกว่าการแจกไหมวะ ทำไมไม่รวบรวมต่อที่อยู่จ่ายครั้งเดียว จะกี่ใบก็เก็บค่าส่งรอบเดียว ปกติกูก็เจอแต่แบบนี้ไง พอเห็นโพสต์คนนี้แล้วกูแบบ เอ๊ะ หรือกูคิดมากไป 😅 คือกูเข้ากลุ่มไปทีไรเจอโพสต์แจกคนนี้ทุกครั้งเลย เลยข้องใจว่าแบบนี้เรียกแจกรึเปล่า เจ้เจ้าของร้าน/เจ้าของสนพ.เคยโดนแอดมินกลุ่มเตือนนะเรื่องเก็บค่าส่ง อย่างกูก็เคยเม้นรับนะ นานๆ คนแจกมาแปะลายใหม่ที ห่างหลายเดือนเก็บค่าส่งแต่ละรอบกูก็พอเข้าใจว่าเขาส่งห่างกันไรงี้

71 Nameless Fanboi Posted ID:+qOvjYnY3H

>>70 คนเดียวกันแน่เลย ตอนแรกกูก็เข้าใจว่าเขาแจกเป็นรอบๆ ใครรับกี่ลายกี่ใบก็คิดค่าส่งรอบเดียว แต่อย่างที่มึงว่านั่นแหละเขาเก็บต่อลาย ใครใคร่จ่ายก็จ่ายแหละมั้ง 555555 ว่าไปเขาขยันแพ็คขยันส่งอยู่นะมึง ต้องส่งทุกวันอาทิตย์วันละกี่ซองกี่กล่องละนั่น

72 Nameless Fanboi Posted ID:rrMyZxjYr2

>>70 กูก็ไม่เข้าใจ เพิ่งมาตามวงการแจกการ์ดคมช ถ้าส่งใบเดียว ค่าส่ง 30-35 กูพอเข้าใจ ก็มีค่าเหนื่อยค่าแพ็คค่าเสียเวลา แต่นี่ส่งรวบหลายใบ ค่าส่ง"ใบละ" 30 กูว่างานนี้ต้องได้เงินทอนพอสมควร

73 Nameless Fanboi Posted ID:rrMyZxjYr2

>>72 เพิ่มเติม แต่ลายไหนชอบกูก็รับนะ คิดว่าซื้องานอาร์ทใบละ 30 บาท เอาไปสะสม แค่ขายต่อไม่ได้

74 Nameless Fanboi Posted ID:12qMQfPqVq

>>72 กูว่าเเบบนี้เเม่งได้หน้า เเละหากินอ้อมๆด้วยนะ กูไม่ค่อยชอบเท่าไร พวกนี้ผลิตไม่เกิน 5 บาท น่าจะสั่งจากจีน เเล้วค่าส่ง ลทบก็ 18 บาทเอง อย่างน้อยๆ ถ้าได้กำไรสักสาทบาท ( หักค่าคอมมิชชัน) มีสิบลาย เท่ากับ สามสิบบาท คนรับร้อยคนรวมๆเฉลี่ย ได้เงินเฉยๆ เป็นพัน เเถมพวกทำๆเห็นเป็นแม่ค้าอีก คือขายเเฝงอะ

75 Nameless Fanboi Posted ID:xkfXd636ZI

กูทำการ์ดใสเป็นสคส.แจกเพื่อนทุกปีใหม่ ต้นทุน 2 บ. ส่งธรรมดา 3 บ. ถถถถ
แจกฟรีคิดค่าส่ง 30 สำหรับกูคือคนทำหวังกำไรแหละ แต่ก็นะ เงินเขาความสุขเขาอะ