Fanboi Channel

[นักเขียนสายวาย] 11 สารพัดปัญหาคาใจ+ศาลาคนเศร้า

Last posted

Total of 319 posts

290 Nameless Fanboi Posted ID:7Ln2KEPI.d

นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ

291 Nameless Fanboi Posted ID:7Ln2KEPI.d

นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ

292 Nameless Fanboi Posted ID:7Ln2KEPI.d

นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ

293 Nameless Fanboi Posted ID:7Ln2KEPI.d

นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ

294 Nameless Fanboi Posted ID:7Ln2KEPI.d

นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ

295 Nameless Fanboi Posted ID:7Ln2KEPI.d

นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ
นักเขียนอย่างพวกมึงมีความคิดเป็นของตัวเองน่ะดีแล้ว อย่าให้มีสันดานเหี้ยๆเที่ยวไปขโมยไอเดีย ก็อปนิยายชาวบ้านแบบอี จล. พอเรื่องแดงก็รับบทนางโดนรังแก ที่มันไปทำคนอื่นก่อนเห็นรู้สึกแย่ อ้อ ก็คนมันเหี้ยอ่ะเนอะ

296 Nameless Fanboi Posted ID:C/34SKciDL

เย่ กลับมาแล้วช่วงวันหยุด เลาคิดถุงนายนะ

297 Nameless Fanboi Posted ID:yy25UWBUjP

เวลาตลค.ลากเสียงยาว พวกมึงเลือกใช้แบบไหนอะ ตย.คนร้องโหยหวน
"ไม่!!!!!"
"ม่ายยยยยย!!"

298 Nameless Fanboi Posted ID:3DT9LHt.76

กูว่าอีนี่มันจงใจหาตีนให้อวพแหละ 5555
แทนที่คนจะลืมๆก็เอามาพูดซ้ำเรื่อยๆ

299 Nameless Fanboi Posted ID:C/34SKciDL

>>297 ม่ายยยยย

300 Nameless Fanboi Posted ID:MeIJ7EBTJf

>>297 ไม่!!!!

301 Nameless Fanboi Posted ID:H1WNTa2+O9

>>297 สำหรับกุถ้าโหยหวนก็ม่ายยยอ่ะ ถ้าไม่!!! แลดูเป็นการปฏิเสธอย่างหนักแน่นเฉยๆ

302 Nameless Fanboi Posted ID:nZIvQ3odUm

>>298 นางเป็นนักเขียนขี้ก็อปเหมือนกันใช่ป่ะ ด่าคนอื่นก้อปแต่มันเองก็ก็อป 55555555555

303 Nameless Fanboi Posted ID:cJsLK7q1Yo

ขอตัดดราม่าหน่อยจ้า อยากรู้ว่าเวลาลงนิยายที่เป็นเรื่องเซ็ตเดียวกัน แนวๆ ภาคแยกอะ พวกมึงจะลงแยกเป็นเรื่องใหม่เลย หรือว่าจะลงในเรื่องเดิมต่ออะ

304 Nameless Fanboi Posted ID:54/H+v.GPb

>>303 แนะนำให้แยก เพราะลงในเรื่องเดิมจะยาวเกินไป แล้วค่อยบอกคนอ่านว่ามีอะไรบ้าง

305 Nameless Fanboi Posted ID:PbecNn0fct

>>303 ลงแยกกัน เพราะคนอ่านที่ชอบคู่ที่ 1 อาจจะไม่ได้ชอบคู่ที่ 2, 3, 4 เสมอไป ถ้าลงต่อมันเหมือนบังคับให้เค้าต้องอ่านไม่งั้นถือว่าไม่คอมพลีท

306 Nameless Fanboi Posted ID:cJsLK7q1Yo

>>304 คือของเราเรื่องมันไม่ค่อยยาวอะ ประมาณ 20 ตอนเองอันแรก อีกอันน่าจะประมาณ 30 ตอน

>>305 ขอบใจนะ ไม่เคยคิดถึงกรณีแบบนี้เหมือนกัน คิดว่าคงต้องลงแยกแล้ว

307 Nameless Fanboi Posted ID:alQge0Abgv

>>305 กูเห็นด้วยกับการลงแยกเลย กูไม่ชอบเรื่องที่มีคู่อื่นแทรก ยิ่งเรื่องที่กูเสียตังเพื่อที่จะอ่านคู่นี้ด้วยนะ กูดันต้องมาอ่านอีกคู่นึงซะงั้น

308 Nameless Fanboi Posted ID:5.24S.0z.V

พระสังคิณี แปล

กุสะลา ธัมมา
- พระธรรมที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข มีกามาวะจะระกุศลเป็นต้น

อะกุสะลา ธัมมา
-ธรรมที่เป็นอกุศลให้ผลเป็นทุข์ มีโลภมูลจิตแปดเป็นต้น

อัพ๎ยากะตา ธัมมา
-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นจิตกลางๆ มีอยู่ มีผัสสะเจตนาเป็นต้น

กะตะเม ธัมมา กุสะลา ยัส๎ะมิง สะมะเย
-ในสมัยใด ธรรมที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข ย่อมบังเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง

กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง
-จิตที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข ย่อมนำสัตว์ให้ไปเกิดในกามภพทั้งเจ็ด คือ มนุษย์ ๑ สวรรค์ ๖

อุปปันนัง โหติ
-ย่อมบังเกิดมีแก่ปุถุชนผู้เป็นสามัญชน

โสมะนัสสะสะหะคะตัง
-เป็นไปพร้อมกับจิตด้วย ที่เป็นโสมนัสความสุขใจ

ญาณะสัมปะยุตตัง
-ประกอบพร้อมด้วยญาณเครื่องรู้คือปัญญา

รูปารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในรูป มีรูปพระพุทธเจ้าเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

สัททารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในเสียง มีเสียงท่านแสดงพระสัทธรรมเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

คันธารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในกลิ่นหอม แล้วคิดถึงการกุศล มีพระพุทธบูชาเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

ระสารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในรสเครื่องบริโภค แล้วยินดีใคร่บริจาคเป็นทานเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

โผฏฐัพพารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในของอันถูกต้อง แล้วก็คิดให้ทานเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

ธัมมารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในที่จะเจริญพระสัทธรรมกรรมฐาน
มีพุทธานุสสติเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

ยัง ยัง วา ปะนารัพภะ
-อีกอย่างหนึ่งความปรารภแห่งจิต ก็เกิดขึ้นในอารมณ์ใดๆ

ตัส๎ะมิง สะมะเย ผัสโส โหติ
-ความกระทบผัสสะแห่งจิต จิตที่เป็นกุศลก็ย่อมบังเกิดขึ้น ในสมัยนั้น

อะวิกเขโป โหติ
-อันว่าเอกัคคตาเจตสิกอันแน่แน่วในสันดาน ก็ย่อมบังเกิดขึ้น

เย วา ปะนะ ตัส๎ะมิง สะมะเย
-อีกอย่างหนึ่ง ธรรมทั้งหลายเหล่าใด ก็ย่อมบังเกิดขึ้นในกาลสมัยนั้น

อัญเญปิ อัตถิ ปะฏิจจะสะมุปปันนา
-ธรรมทั้งหลายอาศัยซึ่งจิตทั้ง
หลายอื่นมีอยู่ แล้วอาศัยกันและกัน ก็บังเกิดมีขึ้นพร้อม

อะรูปิโน ธัมมา
-เป็นแต่นามธรรมทั้งหลายไม่มีรูป

อิเม ธัมมา กุสะลา ฯ
-ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ ชื่อว่าเป็นกุศลให้ผลเป็นสุข แก่สัตว์ทั้งหลายแล ฯ

309 Nameless Fanboi Posted ID:5.24S.0z.V

พระสังคิณี แปล

กุสะลา ธัมมา
- พระธรรมที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข มีกามาวะจะระกุศลเป็นต้น

อะกุสะลา ธัมมา
-ธรรมที่เป็นอกุศลให้ผลเป็นทุข์ มีโลภมูลจิตแปดเป็นต้น

อัพ๎ยากะตา ธัมมา
-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นจิตกลางๆ มีอยู่ มีผัสสะเจตนาเป็นต้น

กะตะเม ธัมมา กุสะลา ยัส๎ะมิง สะมะเย
-ในสมัยใด ธรรมที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข ย่อมบังเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง

กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง
-จิตที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข ย่อมนำสัตว์ให้ไปเกิดในกามภพทั้งเจ็ด คือ มนุษย์ ๑ สวรรค์ ๖

อุปปันนัง โหติ
-ย่อมบังเกิดมีแก่ปุถุชนผู้เป็นสามัญชน

โสมะนัสสะสะหะคะตัง
-เป็นไปพร้อมกับจิตด้วย ที่เป็นโสมนัสความสุขใจ

ญาณะสัมปะยุตตัง
-ประกอบพร้อมด้วยญาณเครื่องรู้คือปัญญา

รูปารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในรูป มีรูปพระพุทธเจ้าเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

สัททารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในเสียง มีเสียงท่านแสดงพระสัทธรรมเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

คันธารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในกลิ่นหอม แล้วคิดถึงการกุศล มีพระพุทธบูชาเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

ระสารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในรสเครื่องบริโภค แล้วยินดีใคร่บริจาคเป็นทานเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

โผฏฐัพพารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในของอันถูกต้อง แล้วก็คิดให้ทานเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

ธัมมารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในที่จะเจริญพระสัทธรรมกรรมฐาน
มีพุทธานุสสติเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

ยัง ยัง วา ปะนารัพภะ
-อีกอย่างหนึ่งความปรารภแห่งจิต ก็เกิดขึ้นในอารมณ์ใดๆ

ตัส๎ะมิง สะมะเย ผัสโส โหติ
-ความกระทบผัสสะแห่งจิต จิตที่เป็นกุศลก็ย่อมบังเกิดขึ้น ในสมัยนั้น

อะวิกเขโป โหติ
-อันว่าเอกัคคตาเจตสิกอันแน่แน่วในสันดาน ก็ย่อมบังเกิดขึ้น

เย วา ปะนะ ตัส๎ะมิง สะมะเย
-อีกอย่างหนึ่ง ธรรมทั้งหลายเหล่าใด ก็ย่อมบังเกิดขึ้นในกาลสมัยนั้น

อัญเญปิ อัตถิ ปะฏิจจะสะมุปปันนา
-ธรรมทั้งหลายอาศัยซึ่งจิตทั้ง
หลายอื่นมีอยู่ แล้วอาศัยกันและกัน ก็บังเกิดมีขึ้นพร้อม

อะรูปิโน ธัมมา
-เป็นแต่นามธรรมทั้งหลายไม่มีรูป

อิเม ธัมมา กุสะลา ฯ
-ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ ชื่อว่าเป็นกุศลให้ผลเป็นสุข แก่สัตว์ทั้งหลายแล ฯ

310 Nameless Fanboi Posted ID:5.24S.0z.V

พระสังคิณี แปล

กุสะลา ธัมมา
- พระธรรมที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข มีกามาวะจะระกุศลเป็นต้น

อะกุสะลา ธัมมา
-ธรรมที่เป็นอกุศลให้ผลเป็นทุข์ มีโลภมูลจิตแปดเป็นต้น

อัพ๎ยากะตา ธัมมา
-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นจิตกลางๆ มีอยู่ มีผัสสะเจตนาเป็นต้น

กะตะเม ธัมมา กุสะลา ยัส๎ะมิง สะมะเย
-ในสมัยใด ธรรมที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข ย่อมบังเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง

กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง
-จิตที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข ย่อมนำสัตว์ให้ไปเกิดในกามภพทั้งเจ็ด คือ มนุษย์ ๑ สวรรค์ ๖

อุปปันนัง โหติ
-ย่อมบังเกิดมีแก่ปุถุชนผู้เป็นสามัญชน

โสมะนัสสะสะหะคะตัง
-เป็นไปพร้อมกับจิตด้วย ที่เป็นโสมนัสความสุขใจ

ญาณะสัมปะยุตตัง
-ประกอบพร้อมด้วยญาณเครื่องรู้คือปัญญา

รูปารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในรูป มีรูปพระพุทธเจ้าเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

สัททารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในเสียง มีเสียงท่านแสดงพระสัทธรรมเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

คันธารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในกลิ่นหอม แล้วคิดถึงการกุศล มีพระพุทธบูชาเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

ระสารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในรสเครื่องบริโภค แล้วยินดีใคร่บริจาคเป็นทานเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

โผฏฐัพพารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในของอันถูกต้อง แล้วก็คิดให้ทานเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

ธัมมารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในที่จะเจริญพระสัทธรรมกรรมฐาน
มีพุทธานุสสติเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

ยัง ยัง วา ปะนารัพภะ
-อีกอย่างหนึ่งความปรารภแห่งจิต ก็เกิดขึ้นในอารมณ์ใดๆ

ตัส๎ะมิง สะมะเย ผัสโส โหติ
-ความกระทบผัสสะแห่งจิต จิตที่เป็นกุศลก็ย่อมบังเกิดขึ้น ในสมัยนั้น

อะวิกเขโป โหติ
-อันว่าเอกัคคตาเจตสิกอันแน่แน่วในสันดาน ก็ย่อมบังเกิดขึ้น

เย วา ปะนะ ตัส๎ะมิง สะมะเย
-อีกอย่างหนึ่ง ธรรมทั้งหลายเหล่าใด ก็ย่อมบังเกิดขึ้นในกาลสมัยนั้น

อัญเญปิ อัตถิ ปะฏิจจะสะมุปปันนา
-ธรรมทั้งหลายอาศัยซึ่งจิตทั้ง
หลายอื่นมีอยู่ แล้วอาศัยกันและกัน ก็บังเกิดมีขึ้นพร้อม

อะรูปิโน ธัมมา
-เป็นแต่นามธรรมทั้งหลายไม่มีรูป

อิเม ธัมมา กุสะลา ฯ
-ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ ชื่อว่าเป็นกุศลให้ผลเป็นสุข แก่สัตว์ทั้งหลายแล ฯ

311 Nameless Fanboi Posted ID:5.24S.0z.V

พระสังคิณี แปล

กุสะลา ธัมมา
- พระธรรมที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข มีกามาวะจะระกุศลเป็นต้น

อะกุสะลา ธัมมา
-ธรรมที่เป็นอกุศลให้ผลเป็นทุข์ มีโลภมูลจิตแปดเป็นต้น

อัพ๎ยากะตา ธัมมา
-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตเป็นจิตกลางๆ มีอยู่ มีผัสสะเจตนาเป็นต้น

กะตะเม ธัมมา กุสะลา ยัส๎ะมิง สะมะเย
-ในสมัยใด ธรรมที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข ย่อมบังเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง

กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง
-จิตที่เป็นกุศลให้ผลเป็นสุข ย่อมนำสัตว์ให้ไปเกิดในกามภพทั้งเจ็ด คือ มนุษย์ ๑ สวรรค์ ๖

อุปปันนัง โหติ
-ย่อมบังเกิดมีแก่ปุถุชนผู้เป็นสามัญชน

โสมะนัสสะสะหะคะตัง
-เป็นไปพร้อมกับจิตด้วย ที่เป็นโสมนัสความสุขใจ

ญาณะสัมปะยุตตัง
-ประกอบพร้อมด้วยญาณเครื่องรู้คือปัญญา

รูปารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในรูป มีรูปพระพุทธเจ้าเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

สัททารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในเสียง มีเสียงท่านแสดงพระสัทธรรมเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

คันธารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในกลิ่นหอม แล้วคิดถึงการกุศล มีพระพุทธบูชาเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

ระสารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในรสเครื่องบริโภค แล้วยินดีใคร่บริจาคเป็นทานเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

โผฏฐัพพารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในของอันถูกต้อง แล้วก็คิดให้ทานเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

ธัมมารัมมะนัง วา
-มีจิตยินดีในที่จะเจริญพระสัทธรรมกรรมฐาน
มีพุทธานุสสติเป็นต้น เป็นอารมณ์บ้าง

ยัง ยัง วา ปะนารัพภะ
-อีกอย่างหนึ่งความปรารภแห่งจิต ก็เกิดขึ้นในอารมณ์ใดๆ

ตัส๎ะมิง สะมะเย ผัสโส โหติ
-ความกระทบผัสสะแห่งจิต จิตที่เป็นกุศลก็ย่อมบังเกิดขึ้น ในสมัยนั้น

อะวิกเขโป โหติ
-อันว่าเอกัคคตาเจตสิกอันแน่แน่วในสันดาน ก็ย่อมบังเกิดขึ้น

เย วา ปะนะ ตัส๎ะมิง สะมะเย
-อีกอย่างหนึ่ง ธรรมทั้งหลายเหล่าใด ก็ย่อมบังเกิดขึ้นในกาลสมัยนั้น

อัญเญปิ อัตถิ ปะฏิจจะสะมุปปันนา
-ธรรมทั้งหลายอาศัยซึ่งจิตทั้ง
หลายอื่นมีอยู่ แล้วอาศัยกันและกัน ก็บังเกิดมีขึ้นพร้อม

อะรูปิโน ธัมมา
-เป็นแต่นามธรรมทั้งหลายไม่มีรูป

อิเม ธัมมา กุสะลา ฯ
-ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ ชื่อว่าเป็นกุศลให้ผลเป็นสุข แก่สัตว์ทั้งหลายแล ฯ

312 Nameless Fanboi Posted ID:5.24S.0z.V

พระธาตุกถา แปล

สังคะโห
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูปเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

อะสังคะโห
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งรูปธรรมทั้งหลายเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันมิได้สงเคราะห์

สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันไม่ได้สงเคราะห์

สัมปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบพร้อมด้วยกับจิต ๕๕

วิปปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบแตกต่างกันกับจิต

สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันต่างกัน ด้วยเจตสิกอันประกอบพร้อมกัน เป็นหมวดเดียวกัน

วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันบังเกิดพร้อมกัน ด้วยเจตสิกอันต่างกัน เป็นหมวดเดียวกัน

อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ ไม่สงเคราะห์ซึ่งธรรมอันไม่ควรสงเคราะห์ ให้ระคนกัน

พระธาตุกถา แปล

สังคะโห
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูปเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

อะสังคะโห
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งรูปธรรมทั้งหลายเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันมิได้สงเคราะห์

สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันไม่ได้สงเคราะห์

สัมปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบพร้อมด้วยกับจิต ๕๕

วิปปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบแตกต่างกันกับจิต

สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันต่างกัน ด้วยเจตสิกอันประกอบพร้อมกัน เป็นหมวดเดียวกัน

วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันบังเกิดพร้อมกัน ด้วยเจตสิกอันต่างกัน เป็นหมวดเดียวกัน

อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ ไม่สงเคราะห์ซึ่งธรรมอันไม่ควรสงเคราะห์ ให้ระคนกัน

313 Nameless Fanboi Posted ID:5.24S.0z.V

พระธาตุกถา แปล

สังคะโห
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูปเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

อะสังคะโห
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งรูปธรรมทั้งหลายเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันมิได้สงเคราะห์

สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันไม่ได้สงเคราะห์

สัมปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบพร้อมด้วยกับจิต ๕๕

วิปปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบแตกต่างกันกับจิต

สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันต่างกัน ด้วยเจตสิกอันประกอบพร้อมกัน เป็นหมวดเดียวกัน

วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันบังเกิดพร้อมกัน ด้วยเจตสิกอันต่างกัน เป็นหมวดเดียวกัน

อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ ไม่สงเคราะห์ซึ่งธรรมอันไม่ควรสงเคราะห์ ให้ระคนกัน

พระธาตุกถา แปล

สังคะโห
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูปเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

อะสังคะโห
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งรูปธรรมทั้งหลายเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันมิได้สงเคราะห์

สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันไม่ได้สงเคราะห์

สัมปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบพร้อมด้วยกับจิต ๕๕

วิปปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบแตกต่างกันกับจิต

สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันต่างกัน ด้วยเจตสิกอันประกอบพร้อมกัน เป็นหมวดเดียวกัน

วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันบังเกิดพร้อมกัน ด้วยเจตสิกอันต่างกัน เป็นหมวดเดียวกัน

อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ ไม่สงเคราะห์ซึ่งธรรมอันไม่ควรสงเคราะห์ ให้ระคนกัน

314 Nameless Fanboi Posted ID:5.24S.0z.V

พระธาตุกถา แปล

สังคะโห
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูปเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

อะสังคะโห
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งรูปธรรมทั้งหลายเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันมิได้สงเคราะห์

สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันไม่ได้สงเคราะห์

สัมปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบพร้อมด้วยกับจิต ๕๕

วิปปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบแตกต่างกันกับจิต

สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันต่างกัน ด้วยเจตสิกอันประกอบพร้อมกัน เป็นหมวดเดียวกัน

วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันบังเกิดพร้อมกัน ด้วยเจตสิกอันต่างกัน เป็นหมวดเดียวกัน

อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ ไม่สงเคราะห์ซึ่งธรรมอันไม่ควรสงเคราะห์ ให้ระคนกัน

พระธาตุกถา แปล

สังคะโห
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูปเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

อะสังคะโห
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งรูปธรรมทั้งหลายเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันมิได้สงเคราะห์

สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันไม่ได้สงเคราะห์

สัมปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบพร้อมด้วยกับจิต ๕๕

วิปปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบแตกต่างกันกับจิต

สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันต่างกัน ด้วยเจตสิกอันประกอบพร้อมกัน เป็นหมวดเดียวกัน

วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันบังเกิดพร้อมกัน ด้วยเจตสิกอันต่างกัน เป็นหมวดเดียวกัน

อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ ไม่สงเคราะห์ซึ่งธรรมอันไม่ควรสงเคราะห์ ให้ระคนกัน

315 Nameless Fanboi Posted ID:5.24S.0z.V

พระธาตุกถา แปล

สังคะโห
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูปเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

อะสังคะโห
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งรูปธรรมทั้งหลายเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันมิได้สงเคราะห์

สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันไม่ได้สงเคราะห์

สัมปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบพร้อมด้วยกับจิต ๕๕

วิปปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบแตกต่างกันกับจิต

สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันต่างกัน ด้วยเจตสิกอันประกอบพร้อมกัน เป็นหมวดเดียวกัน

วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันบังเกิดพร้อมกัน ด้วยเจตสิกอันต่างกัน เป็นหมวดเดียวกัน

อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ ไม่สงเคราะห์ซึ่งธรรมอันไม่ควรสงเคราะห์ ให้ระคนกัน

พระธาตุกถา แปล

สังคะโห
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูปเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

อะสังคะโห
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งรูปธรรมทั้งหลายเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันมิได้สงเคราะห์

สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันไม่ได้สงเคราะห์

สัมปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบพร้อมด้วยกับจิต ๕๕

วิปปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบแตกต่างกันกับจิต

สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันต่างกัน ด้วยเจตสิกอันประกอบพร้อมกัน เป็นหมวดเดียวกัน

วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันบังเกิดพร้อมกัน ด้วยเจตสิกอันต่างกัน เป็นหมวดเดียวกัน

อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ ไม่สงเคราะห์ซึ่งธรรมอันไม่ควรสงเคราะห์ ให้ระคนกัน

316 Nameless Fanboi Posted ID:5.24S.0z.V

พระธาตุกถา แปล

สังคะโห
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูปเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

อะสังคะโห
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งรูปธรรมทั้งหลายเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันมิได้สงเคราะห์

สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันไม่ได้สงเคราะห์

สัมปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบพร้อมด้วยกับจิต ๕๕

วิปปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบแตกต่างกันกับจิต

สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันต่างกัน ด้วยเจตสิกอันประกอบพร้อมกัน เป็นหมวดเดียวกัน

วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันบังเกิดพร้อมกัน ด้วยเจตสิกอันต่างกัน เป็นหมวดเดียวกัน

อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ ไม่สงเคราะห์ซึ่งธรรมอันไม่ควรสงเคราะห์ ให้ระคนกัน

พระธาตุกถา แปล

สังคะโห
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูปเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

อะสังคะโห
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งรูปธรรมทั้งหลายเข้าในขันธ์เป็นหมวด ๑

สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันมิได้สงเคราะห์

สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง
-พระพุทธองค์สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันสงเคราะห์แล้ว

อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ไม่สงเคราะห์ ซึ่งจิตเจตสิกรูป ด้วยธรรมอันไม่ได้สงเคราะห์

สัมปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบพร้อมด้วยกับจิต ๕๕

วิปปะโยโค
-เจตสิกธรรมทั้งหลาย อันประกอบแตกต่างกันกับจิต

สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันต่างกัน ด้วยเจตสิกอันประกอบพร้อมกัน เป็นหมวดเดียวกัน

วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง
-ประกอบเจตสิกอันบังเกิดพร้อมกัน ด้วยเจตสิกอันต่างกัน เป็นหมวดเดียวกัน

อะสังคะหิตัง
-พระพุทธองค์ ไม่สงเคราะห์ซึ่งธรรมอันไม่ควรสงเคราะห์ ให้ระคนกัน

317 Nameless Fanboi Posted ID:0NuYm1USdm

ตั้งแต่เข้าเดือนเมษามา ยอดview ยอดเปย์นิยายกูหดมากเลยว่ะ คิดว่าโควิดส่งผลมาก แอบท้อเบาๆ

318 Nameless Fanboi Posted ID:AoMjVDhZ9t

>>317 โควิด เสดกิจ กระทบหมด กูยังตัดลิสต์หนังสือหมดเลย ทะลายกองดองก่อน

319 Nameless Fanboi Posted ID:5FIrhRKkUW

>>317 เดือนเม. ย.กูงานยุ่งสัสๆๆๆ จำนวนวันทำงานน้อยอีก คนเป็นแบบกูคงเยอะ ใจเย็นนะมึง เดี๋ยว​กูก็กลับไปอ่าน